anachitana's profilenew ' s spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 28 เรื่องในกระแสเรื่องในกระแส ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างทำให้ผมได้คิด? ไม่ได้คิดจะหมายถึงเรื่องการเมืองที่เขาเย้วๆกันอยู่แต่อย่างใด เพียงแต่ใจมันอดเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะขณะที่บ้านเมืองกำลังร้อนไปด้วยกระแสแห่งการเรียกร้อง เพื่อนพ้องพี่น้องรอบๆตัวผมก็ร้อนไปด้วยกระแสแห่งร้องเรียกความรัก ก็ว่ากันไป!! แต่มานั่งมองดูดีๆผมว่ามันออกจะคล้าย หรือมีโครงสร้างบางอย่างที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ฝ่ายประชาชนที่เรียกร้องให้รัฐบาลที่อยู่ภายใต้การปกครองของนายกฯทักษิณลาออก ก็เพราะไม่ชอบ ไม่เชื่อ ไม่นับถือ ไม่ยากให้มาเป็นผู้นำอีกแล้ว ก่อเรื่องไว้เยอะ เขาว่ากันอย่างนั้น นี่ก็ไม่ต่างจากเพื่อนผมคนนึงเท่าไหร่นัก มันโดนแฟนมันประท้วงให้ลาออกจากการเป็นแฟน คือเลิกเป็นผู้นำชีวิตชั้นสักทีว่างั้น อันนี้ก็เพราะไม่ชอบ ไม่เชื่อแล้วเช่นกัน คู่รักบางคู่ก็ประกาศยุบสภาไป แล้วก็ทำเหมือนที่นายกฯตั้งใจ คือเลือกตั้งใหม่ ลองดูใหม่ แค่พอห่างๆกันหน่อยหวังว่าปัญหามันจะเบาลงแล้วคงดีขึ้น คือยุบไปก่อนนะแต่ยังเป็นแฟนกันอยู่ อยากจะฝากข้อคิดอันนี้ไปหานายกฯจริงๆ “คนเราเวลามันไปกันไม่ได้จริงๆ เลิกกันเลยจะดีกว่า” ลองลาออกแล้วปล่อยให้เขาหาแฟนใหม่ดูสิ วันหนึ่งเขาอาจจะมาง้อให้เรากลับไปก็ได้นะ เพื่อนๆน้องๆผมหลายคนตอนนี้ กำลังอ่อนไหวกับเรื่องความรัก อ่อนไหวกันนักจนผมชักจะรำคาญ คือมันออกแนวเรื้อรังน่ะ ลามเป็นมะเร็งระยะที่สามแถมดูท่าจะแรงขึ้นๆเหมือนม็อปที่สนามหลวงยังไงยังงั้น ม็อปอาจรอให้ทหารตบเท้าเข้ามาจัดการ แต่ไอ้พวกนี้ต้องโดนเท้า “ตบ” เข้าสักเปรี้ยงเบาๆที่ข้างหู เอาให้หูตาสว่างขึ้นมาบ้าง เห็นแล้วมันน่าเหนื่อยใจ..!! บางทีการเลือกนายกฯครั้งต่อไป เราอาจต้องศึกษากันให้ดีกว่านี้ ว่าทั้งนโยบาย นิสัยใจคอ ตลอดจนทัศนคติหรือจุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นยังไง “แล้วเวลาเลือกแฟนกันพวกมึง (เพื่อนๆน้องๆ) ตัดสินใจด้วยอะไรวะ!?” ไอ้ประเภท “รักแท้แม้เพียงเพิ่งพบ” หรือ “อีกครึ่งของชีวิตที่ตามหา” หรืออะไรต่อมิอะไรที่หาได้จากเพลงป็อบดาดๆ เนี่ย ถามจริงๆเถอะครับ จะมีสักกี่คนที่ได้เจอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายว่าไอ้ที่เรียกว่ารักแท้มันไม่มีอยู่จริง แต่บางทีเราก็ไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองว่าเรื่องดีๆที่สุดในโลกขนาดนั้นจะเกิดขึ้นกับเรา ไม่งั้นจะเศร้าเปล่าๆครับพี่น้อง...!!! February 26 ความรักความรัก “เอ็งน่ะรักใครวะ??” เขาถามตัวเอง เพราะเวลานี้ไม่มีใครให้ถาม เสียงที่เปล่งออกมาในหัวใจมันดังก้องกังวาน ซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ เหมือนสะท้อนเข้าไปกระทบกับก้อนหินใหญ่ที่ทะมึนมืดทึบไร้แสงสว่างลึกสุดในถ้ำ ที่มีเพียงเขาเท่านั้น “เราเคยรักใครบ้างหนอ......???” คำตอบที่กลายเป็นคำถาม วิ่งสวนทางกันออกมาในทันใดนั้นก็คือ “แล้วความรักเป็นยังไงวะ...!!?” “เออ...นั่นสินะ... ?” เขาพึมพำราวกับเกรงว่าใครจะได้ยิน ล้วงหยิบอะไรในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวฟิตเปรี๊ยะที่นุ่งเป็นประจำ มันฟิตจนต้องเอี้ยวตัวลุกขึ้นนิดหนึ่งถึงจะล้วงมือเข้าไปได้ แล้วโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วก็ปลิวหวิวตามมือมา เขากดโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง แต่ไม่เสียงใครที่ปลายสายมาทำลายเสียงดังตื้ดยาวๆสักที จนตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป “ฮัลโหล” เขาร้องทัก “ฮัลโหล…” เขาตอบ “นั่นเอ็งใช่ไหม?” เขาถาม “เออ...ข้าเอง” เขาตอบ “มีอะไรวะ?” “ข้ามีเรื่องจะปรึกษาว่ะ” เขาเปิดประเด็น “กล้วยเอ้ย...!!ถ้าข้าให้คำปรึกษาเอ็งได้ แล้วเอ็งจะโทรมาทำไม..!!” เสียงเขาที่ปลายสายสบถมาก่อนตัดสายไป เขาเดินวนไปเวียนมาอยู่สองสามรอบ ก่อนเดินตรงไปที่ตู้หนังสือ ค่อยๆหยิบหนังสือออกมากรีดดูอย่างลวกๆ จากเล่มหนึ่งไปอีกเล่มหนึ่ง และอีกเล่ม อีกเล่ม หนังสือทั้งหมดลงมากองอยู่ที่พื้นห้อง ฝุ่นผงยังคงฟุ้งกระจายจนมองเห็น และมันทำให้เขาตะขิดตะขวงใจที่จะหายใจเอามันเข้าไปซุกไว้ในปอด แต่เรื่องนี้อยู่ในใจเขาไม่นานเท่าไหร่ “ความรัก....คืออะไรวะ..!!?”
สี่ทุ่มแล้ว เขานั่งตูดห้อยอยู่ริมหน้าต่าง นึกถึงผู้หญิงแต่ละคนที่ผ่านมาในชีวิต ในมือถือโทรศัพท์หมุนไปมาฆ่าเวลาเล่น “อือม... คนนี้เราคงไม่รัก...แล้วคนนี้ล่ะ ไม่สิ ไม่ใช่ แม่ม...เอาแต่ใจตัวเองฉิบหาย ถ้างั้นก็....ไม่เอา....นี่ก็เหมือนน้อง .....” “ตื้ดดดดด.......” เสียงตื้ดดังยาวๆน่ารำคาญ พร้อมๆกับอาการสั่นของโทรศัพท์ที่มือของเขา หยิบขึ้นมากดรับและไม่แม้แต่จะมองหน้าจอโทณศัพท์ว่าใครโทรมา แต่ที่แน่ๆ เขาดีใจ “ฮัลโหล...” เขาระบายลมหายใจอย่างกลัวฝ่ายตรงข้ามจะได้ยิน “เออ...ข้าเอง..” เขาตอบ “โธ่...นึกว่าใคร” เสียงเขาเจือความผิดหวัง “แล้วเอ็งนึกว่าใคร?” เขายียวน “เอ็งอย่ากวนโมโหข้าน่า...ข้ายิ่งเครียดๆอยู่ ถามเอ็งเดี๋ยวเอ็งก็ด่าข้าอีก แล้วเอ็งจะโทรมาทำไม?” “ฮ่าๆๆ...เอาน่า ใจเย็นก่อน ข้าโทรมามีข่าวดีจะบอก” “อย่าบอกนะว่าเอ็งรู้แล้ว” เขาถาม “...............” “.............” เขายังเงียบอยู่ “เฮ้ย.....อย่าเงียบสิวะ!!” เขาตะคอก “เอ็งงงง อย่าใจร้อนสิ...” เขาลากเสียงยานคาง เหมือนจะยั่วโทสะฝ่ายตรงข้าม และนั้นก็คือเขาเองนั่นแหละ เขาถอนหายใจเฮือกอย่างระบายความอึกอัด “ข้าว่าเอ็งไม่รู้..” เขาบอกเสียงเรียบ “ฮ่าๆๆๆ แต่ข้าว่า...เอ็งน่ะแหละที่รู้ ไอ้กล้วยยยย....!!!...ตื้ดดดๆๆๆ” “แม่มมมเอ๊ยยยย...!!!!???” เขาขว้างโทรศัพท์เครื่องจิ๋ว จนมันแหวกอากาศพุ่งไปกระทบผนังห้องอย่างแรง ก่อนจะกลายเป็นขยะชิ้นเล็กๆเกลื่อนห้องไปหมด “........................” เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ไฟแดงวาบ ก่อนซี้ดยาวๆเอานิโคตินเข้าไปเต็มรัก แล้วระบายควันออกมา “มันยังไงกันแน่วะ?” เขาคิด ..ถ้ามันรู้....เราก็ต้องรู้สิ......หรือมันจะหลอกเรา “เฮ้อ....” เขาถอนใจอีกครั้งอย่างอยากให้มันเป็นครั้งสุดท้าย หันไปดูนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้วหันกลับไปมองกองหนังสือที่พื้น เศษโทรศัพท์ .....แปลกนะ ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรอยู่ในหัวของเขาเลย เขากอบเอาหนังสือไปทาง เอาเท้าเขี่ยเศษโทรศัพท์ไปอีกทาง แล้วเสือกตัวลงนอนหนุนแขนตัวเองตรงพื้นห้องก่อนหลับตาลงช้าๆ “เฮ้อ............” เขาถอนใจซ้ำอีกครั้ง แล้วคิดว่าจะเอาโทรศัพท์ไปซ่อมดูในวันพรุ่งนี้ คงมีอะไรที่เขาอยากรู้อีกมากมาย แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรอีก ถ้าจะให้นึกตอนนี้ก็คงเยอะไปหมด ไม่ต้องนอนกัน แต่เหมือนเวลาที่เรามาถึงสุดขอบของความสามารถจริงๆ เราคงทำได้แค่ทำใจยอมรับมัน แต่อย่างน้อยเขาก็เชื่อแบบปลอบใจตัวเองว่า แม้เขาจะไม่รู้ว่าความรักเป็นยังไง ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร แต่คงมีคนรักเขาบ้างล่ะ เขาบอกตัวเองว่าเขามั่นใจ “แล้วเอ็งล่ะ...เคยรักใครบ้างไหม!!??” เขาถามตัวเอง..ซ้ำ.. อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเบากว่าเดิม?
ประกาศ
ประกาศ
นี่ไม่ใช่ไดอารี่ ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ และไม่ใช่ที่ระบายความรู้สึกของใคร อ่านได้ ไม่ห้ามครับ แต่อย่าปล่อยตัวปล่อยใจเชื่ออะไรผมมาก อย่าหลงรักกันเพราะผมมั่นใจว่ามันจะทำให้คุณเจ็บปวด ขอให้มีความสุขกับการเข้าสู่ "โลกที่ซ่อนอยู่ในรอยหยักของผม" ขอบคุณครับ |
|
|