anachitana 的个人资料new ' s space照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月17日

sleepingsheep แกะพันธ์ร็อค

 

ความใน

               ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นตัวแทนของวง ขอบคุณทุกคนที่สนใจเพลงของเรา

และหนังสือเล็กๆเล่มนี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะมอบให้กับทุกคนที่อุดหนุนผลงานของเรา

(เฉพาะในงาน FAT ครั้งที่ 5)       นับว่าเป็นของกำนัลจากพวกเรา Sleepingsheep

ชิ้นหนึ่ง  และเป็นที่ระลึกสำหรับเทศกาลดนตรีดีๆแบบนี้

             เมื่อไหร่เพลงมึงจะเสร็จ?

               เป็นคำถามที่ผมได้ยินมาไม่ต่ำกว่าสิบปี ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อน พี่ๆน้องๆ

ทั้งหลาย  ที่ผ่านมาผมทำได้แค่ยิ้มรับ หันหน้าหนี พร้อมกับแอบกลืนก้อนสะอื้นไว้ใน

ลำคออย่างแนบเนียน

               การมีวงดนตรีสำหรับผมนั้น เป็นอะไรที่ใช้บำบัดและชักจูงชีวิต ให้เป็นผู้

เป็นคนอย่างคนอื่นเขา  และสำหรับเพื่อนของเราบางคน   มันอาจเป็นสาระเดียวใน

ชีวิตก็ได้

               ผมและเพื่อนๆ ไม่ได้ก้าวผ่านความยากลำบาก    หรือต้องฝ่าฟันอุปสรรค

อะไรมากนัก ไม่ได้มีอะไรจะเล่าถึงวีรกรรมที่น่ายกย่อง ไม่ได้มีคุณค่าที่จะจุดประกาย

ความฝันให้ใคร

               แต่เราก็แค่ ยังอยู่ด้วยกัน  นั่นดูจะเป็นสาระเดียวของพวกเรา เป็นสาระ

ที่ทั้งผมและเพื่อนได้ผ่านมันมาด้วยความอดทนอย่างมหาศาลเพราะหนทางที่เราเดิน

นั้นมันช่างริบหรี่และยาวนาน แต่เราก็คอยแบ่งปันน้ำมันลงในตะเกียงแห่งความหวัง

ของกันและกัน ที่แม้ไม่ลุกโชติช่วงแต่ก็ขออย่าให้มันดับลงเป็นพอ และในบางครั้งเรา

ก็พยายามตะโกนใส่กันเองอย่างหลอกลวงว่า 

            “มึงทำได้!!”  

            บางทีมันก็ช่วยได้เยอะ

            เราอาจไม่ได้ทุ่มเทเหมือนคนอื่นๆ  แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าพวกเรามีดีที่ความ

อดทน  อย่างน้อยเราก็อดทนจนได้มาซึ่งฝันแรกที่เราเริ่มและร่วมกันวาดมันเอาไว้

            ตายตาหลับได้สักที

            ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ อาจไม่ได้มีคุณค่าทางวรรณกรรม นั่นเพราะผมไม่ใช่

นักเขียน และไม่ได้วาดหวังรางวัลใดๆจากการเขียน    มันอาจหาข้อดีเลยไม่ได้ด้วยซ้ำ

จะทำได้ก็แค่บอกเล่าเศษเสี้ยวเรื่องราวของเราให้ได้ฟังกันเล่นๆเท่านั้น

               แต่ผมก็ยังทะลึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ผมกับเพื่อนๆใน Sleepingsheep น่าจะได้

 เพื่อน เพิ่มขึ้นจากหนังสือเล่มนี้ หรืออย่างน้อยก็ได้รู้จักกันมากขึ้นอีกนิด ได้ใกล้ชิดกัน

เข้าไปอีกหน่อย และขอให้ทุกคนที่มีความฝันจงพยายามต่อไป ถ้าไม่รู้จะพยายามอย่าง

ไร ก็ขอให้  จงอดทน  ท่องไว้ครับ  จงอดทน แล้ววันหนึ่งถ้าไม่ตายเสียก่อน ความฝันนั้น

อาจเลี้ยวเข้ามาทักทายคุณบ้างก็ได้

                                                                                 ขอให้ทุกท่านมีความสุข

                                                                            anachitana / Sleepingsheep

*************************************************************************************************

 

                                         เพลงกูเสร็จแล้วว่ะ

 

 

**********************************************************************

 

               Sleepingsheep  แกะพันธ์ร็อค..!!”

                                                   บทนำ

               วันนี้ไม่มีงานอะไรเหรอวะ?”

               วุธร้องถามนิวขณะปิดประตูหลังร้าน ที่พวกเขาเรียกกันเองว่า hesheit (อ่านว่า

 ฮี-ชี-อิท)ร้านเหล้าขนาดกำลังดีที่มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และหมา เป็นเจ้าของร้าน แต่เวลาที่ดี

กรีเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณเกินพอดีเมื่อไหร่ ไอ้ผู้ชายผู้หญิงที่ว่า ก็กลายสภาพเป็นหมา

ได้อย่างสมบูรณ์     ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนไม่ได้ตอบอะไรเพราะรู้ว่าเพื่อนคงรู้คำตอบอยู่แล้ว

ระยะหลังมานี่งานเขายุ่งมากจนแวะเวียนมาที่นี่ได้ไม่บ่อยเหมือนเคย    ทุกครั้งที่มาก็หมาย

ความว่าเขาว่างพอ

               วุธเดินเลาะหลังเคาน์เตอร์ตรงไปยังห้องน้ำ     ที่มีผนังปูนขัดมันและโมบายลาย

หอยทะเลน่ารักห้อยกรุ๊งกริ๊งอยู่ด้านหนึ่ง

               ฝนแม่งตกหนักชิบหายวุธพึมพำหลังล้างหน้าล้างตาเสร็จ ฝนตกกระหน่ำอย่าง

นี้มาได้สักพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่มีเมฆดำตั้งท่ามาตั้งแต่บ่าย                          

               แต่อากาศดีนะมึง

               นิวบอก ทั้งที่จริงๆแล้วเขาโคตรเกลียดหน้าฝนเลย   เมื่อก่อนการขึ้นรถเมล์ในเมือง

หลวงตอนฝนตกหนักๆในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้น มันทั้งร้อน   อึดอัด   และใช้เวลานาน ทรมาน

เหลือหลาย แต่ตอนนี้เขามีรถแล้ว และมันทำให้เขาไม่ต้องไปแย่งอากาศในรถเมล์กับใคร เสีย

ตรงที่รถของเขาทำหน้าที่ได้เพียงอย่างเดียวคือเป็นยานพาหนะส่วนตัวสำหรับเดินทาง เรื่องจะ

เอาไว้เชิดหน้าชูตาเหมือนคนอื่นๆคงยากถ้าดูจากสภาพรถ แต่หลังจากที่มีรถ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ

ต่อความรู้สึกทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นในหน้าฝนอีกเลย

               วุทเดินเลี่ยงไปหยิบที่เขี่ยบุหรี่มาวางก่อนควักมวนขาวๆจากกล่องเหล็กมายัดใส่ปาก

เสยผมไล่ละอองน้ำที่เกาะอยู่ตามไรผมเสียทีหนึ่ง 

               กินเหล้าไหม..?”  นิวถาม  วุธยิ้มเป็นคำตอบทั้งที่ยังคาบบุหรี่อยู่

            แต่วันเลยนะมึง…!!”

                      .....................................................      

               มึงจะใส่โค๊กทำไมวะแค่นั้นน่ะ วุธถามเมื่อเห็นนิวออกอาการเหยาะโค๊กลงในแก้ว

เหล้า ที่มีโซดาผสมอยู่ก่อนแล้ว

               ให้มันมีกลิ่นเสียหน่อย เขาแย้ง บุหรี่ตัวสิ

               บางทีกูเห็นมึงก็ไม่ใส่หยิบกล่องบุหรี่ยื่นให้เพื่อน

               นั่นแสดงว่าโค๊กหมด นิวว่าพลางจุดบุหรี่สูบ เขาหยีตานิดหนึ่งเมื่อควันบุหรี่ย้อนกลับ

ขึ้นมาที่หน้า                                    

               ไม่ก็เมามาก.. วุธเสริมก่อนที่คนทั้งคู่จะยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน

               แล้วนี่ไอ้ชิดมาไหม?”

               ไม่รู้ว่ะ...ติดต่อมันยากฉิบหาย

               ท้ายประโยคนิวพูดติดอารมณ์นิดๆ เพราะนึกถึงเพื่อนสนิทที่ถูกถามถึง สองวันก่อนที่

เขาจะมาที่นี่ เขาพยายามติดต่อมันทุกทางแต่ก็ไม่รู้มันไปอยู่ไหน เป็นตายร้ายดียังไง อยู่ดีๆก็หาย

ไปไม่บอกกล่าว ว่ากันว่ามันหายไปตังแต่สามวันก่อน ที่เพื่อนๆกินเหล้าอยู่ที่ร้านอยู่ดีๆมันก็ลุกขึ้น

แล้วเดินออกไปในความมืด...แล้วหายไปเลยจนบัดนี้ แต่มันก็เป็นอย่างนี้มาตลอดสิบกว่าปีที่คบ

กัน คือมีเรื่องให้แปลกใจตลอด เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ พอคิดได้ดังนี้ก็เลยไม่รู้จะโกรธมันทำไม

               แล้วเพลงพวกมึงวางแผงเมื่อไหร่วะ?” วุธถามเรื่องงาน ก่อนยกแก้วขึ้นซดน้ำสีทองไป

ค่อนแก้ว

               พรุ่งนี้  คงวางในงาน Fat เลยน่ะ                                   

               ถ้าเกิดพวกมึงดังขึ้นมามึงจะทำไงกันวะ

               วุธแหย่ คำถามนี้พวกเขาเคยพูดกันเล่นๆมาแล้วหลายครั้ง มันเป็นอะไรที่แค่คิดก็สนุก

แล้ว แต่สำหรับนิวนั้นลึกๆเขาก็ยังหวังกับงานชิ้นนี้    เพราะฝันมานานหลายปี    แต่เขาเป็นคนรู้

อารมณ์เพื่อนดี ถ้าเพื่อนแหย่มาก็สนุกกลับ เอาขำนำหน้าไว้ก่อนเพื่อความรื่นรมย์

               กูก็ไม่แปลกใจหรอก  หล่อกันซะขนาดนี้ นิวตอบยิ้มๆ ระบายควันบุหรี่เล่นเป็นทางยาว

               ถ้าพวกมึงมาดังตอนนี้ล่ะฮาแน่ วุธว่า

               สามสิบยังแจ๋วจริงๆทำเพลงมาหลอกขายเด็กอีกทศวรรษหนึ่งได้

               สิ้นประโยคก็หัวเราะกันครืนหนึ่งพอครื้นเครง วุธคีบน้ำแข็งจากถังอลูมิเนียม หยอดใส่

แก้วตัวเองและเพื่อน  ตามด้วยเหล้าและโซดา                 

               มึงเหยาะโค๊กเอาเองละกัน

               วุธบอกนิว ก่อนยื่นแก้วมาวางไว้ตรงหน้า   นิวมองนิดหนึ่งพอคะเนด้วยสายตาสำรวจ

ปริมาณเหล้าที่เพื่อนเติมให้ว่ามากน้อยแค่ไหน ก้อนหยิบโค๊กเหยาะลงไป                      

               แล้วไอ้เหี้ยหมัดล่ะ?” นิวถามถึงเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่เขาเติมตำแหน่งให้เสร็จ

               เดี๋ยวก็มา

               วุธตอบพลางหันไปง่วนกับคอมพิวเตอร์    ควานหาเพลงดีๆมาขับกล่อมยามดื่มสุรา

แว่บหนึ่งที่วุธนึกขึ้นมาว่า จะเปิดเพลงอะไรให้เหมาะกับบรรยากาศตอนนี้ดี แต่เหมือนมันวิ่งเข้า

มาแล้วก็ถูกความขี้เกียจไล่ออกไปอย่างรวดเร็ว เพลงที่เปิดก็เลยกลายเป็นเพลงอะไรก็ได้ช่างมัน

               วุธเห็นเพลงในโปรแกรมที่มีเป็นพันๆเพลงแล้วก็นึกถึงงานเพื่อน อีกหน่อยกูต้องเปิด

เพลงเพื่อนแล้วหรือนี่ เอ..นี่กูกำลังกินเหล้ากับว่าที่ศิลปินนี่หว่า..เขาคิด.. คิดได้ดังนั้นก็ยิ้มในใจ

แต่นึกดูอีกทีว่าตั้งแต่รู้จักกันมาเจ็ดแปดปีก็เห็นมันทำเพลงกันแล้ว   เขาละสายตาจากหน้าจอ

คอมพิวเตอร์แล้วหันมาหาเพื่อน

               พวกมึงทำเพลงกันมากี่ปีแล้ววะ?”  

                           ********************************

            “ต้องการมือกีตาร์ กลอง นักร้อง แนว METAL, GRUNGE, PUNK

อายุ 17-20 ปี สนใจติดต่อ นิว  398-35XX”

               ข้อความสั้นๆแต่ได้ใจความนี้ปรากฎหราอยู่ในหนังสือ Quiet Strom ราวๆปลายปี 92 

หนังสือแห่งสาวกหนักกะโหลก ชุมนุมชาว HEAVY ในสมัยนั้น  เดาได้ไม่ยากว่าคนที่ลงข้อความ

นี้ถ้าเล่นดนตรีก็คงเป็นมือเบสอย่างแน่นอน

               นิวเปิดหนังสือหน้านี้อยู่หลายรอบด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขารับโทรศัพท์แล้ว

สามครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นคนโทรมาสมัครเป็นมือกีตาร์ เมื่อวันก่อนแต่เบอร์ที่เขาทิ้งไว้ให้กลับติดต่อ

ไม่ได้ ส่วนอีกคนเขานัดไปเจอกันแล้วเมื่อวาน ฝีมือดีทีเดียว ท่าทางประสบการณ์จะมากโขอยู่

ติดแต่ว่าหมอนี่ดูจะแรงไปนิด จิมมี่ เฮนดริกเข้าเส้น สำเนียงใช่ แถมติดยาเหมือนกันอีกต่างหาก

 ส่วนอีกคนก็ติดราคาคุยซะมากกว่า ให้เล่นอะไรก็เล่นไม่ได้ พอเข้าไปห้องซ้อมกันก็หน้าซีดเป็นไข่

ต้ม ตอนนั้นเขาคิดว่า ถ้าฝืนคาดคั้นกันต่อไปไอ้หมอนี่ต้องร้องไห้แน่

               ก่อนหน้านั้น นิว เพิ่งตัดสินใจยุบวงที่มี   หนุ่ม หนุ่ย และชิด   เป็นสมาชิกด้วยเหตุผล

ง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่ชอบเรียกกันว่า การยอมรับความจริง..

               แต่ความจริงก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดฝัน เขาเริ่มมองเห็นปัญหาของวงได้สองสามเดือน

แล้ว เริ่มจากการขาดซ้อมของบางคน กับทักษะที่ขาดการต่อเติมอย่างถูกวิธี    และที่สำคัญขาด

แรงบันดาลใจอย่างรุนแรง เขาจึงโทรไปบอกรุ่นพี่ที่เป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มนี้ให้ช่วยลงประกาศ

หาสมาชิกให้ โดยหวังจะได้เจอคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่มีความฝันและคุยภาษาเดียวกัน อีกทั้งยัง

เป็นการก้าวสู่โลกภายนอก เพื่อสำรวจดูว่าคนวัยเดียวกัน เขาก้าวไปถึงไหนกันแล้ว

            ....หาประสบการณ์..

                เขาบอกเพื่อนๆอย่างนั้น ทั้งที่ในใจเขารู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับการบอกเลิกผู้หญิงที่คบ

กันมาประมาณปีหนึ่ง แล้วลงท้ายด้วยการบอกหล่อนด้วยเสียงเศร้าๆว่า

            เราคงไปกันไม่ได้…..”

               แต่เขาไม่รู้หรอกว่า ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมที่เกิดขึ้นนั้น ชิดมือกีตาร์อีกคนของวงได้

เฝ้าดูทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบเชียบ....!!

               วันอาทิตย์ถัดมา นิวแต่งตัวออกจากบ้านราวๆเที่ยง เขาเดินเอาหัวตากแดดแรงๆที่ส่อง

ลงกลางกระหม่อมด้วยความตื่นเต้นและรีบเร่ง สองวันก่อนเขาได้รับโทรศัพท์จากชายที่ชื่อเอกและ

หนีด ที่แสดงเจตจำนงว่าต้องการทำวงดนตรีในแนวนี้ เอกบอกว่าตัวเองเล่นกีตาร์ส่วนหนีดตีกลอง

และทั้งคู่เล่นด้วยกันมานานแล้วแต่ไม่เคยมีมือเบสสักที เขาได้คุยโทรศัพท์กับทั้งคู่ประมาณห้านาที

ก็นัดแนะมาเจอกันที่ห้องซ้อมดนตรีแถวพัฒนาการ ที่เขาเคยซ้อมกันเป็นประจำกับวงเดิม

               นิวรีบจนไม่ทันได้สังเกตว่าท้องฟ้าที่ดวงอาทิตย์กำลังแผดรัศมีของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

ตามหน้าที่ของมันนั้น มีสีฟ้าเข้มและดูกว้างใหญ่กว่าทุกวัน..

            ไอ้สองคนนี้มันเพี้ยนๆ

               เป็นสิ่งที่นิวสรุปหลังจากนึกถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับสองหนุ่มนิรนาม พาลให้คิด

ว่าการเดินทางไปดูตัวกันในวันนี้คงจะเหลวเหมือนสองครั้งแรก แต่เมื่อวานชิดโทรมาหาและ เขาก็

บอกชิดว่า นัดกับเอกและหนีดไว้ว่าจะมาลองออดิชั่นกัน ก่อนวางสายชิดบอกเขาว่าจะมาดู....

            อย่างน้อยก็ได้ออกมาเจอเพื่อนละวะ…”

               เขาคิดถึงผลในทางดีว่าถ้าวันนี้ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนสองครั้งก่อนเขาก็ยังได้เจอ

ชิด นิวเดินเข้าไปในตึกแถวสามชั้นเก่าๆ ผ่านทางเดินแคบๆที่มีกองรองเท้าอยู่ห้าหกคู่ตรงบันไดทาง

ขึ้น แต่ก่อนที่กลิ่นอับๆจะเดินทางถึงปลายจมูก เขามองเห็นรองเท้าของชิด

               หวัดดีครับ

               หวัดดีครับ เฮ่ย..ไม่ต้องไหว้ รุ่นเดียวกัน นิวรีบรับไหว้หลังจากเอกกับหนีดยกมือไหว้เขา

ก่อน เขาใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นท่าทางอารมณ์ดีของทั้งสอง  เอกอยู่ในเสื้อสีดำสกรีนรูปวงต่างชาติ ใส่กาง

เกงลายพรางขาสี่ส่วน ผมยาวประบ่า ส่วนหนีดอยู่ในกางเกงยีนส์ตัดขา เสื้อโทนเดียวกับเอก ผมหยัก

ศกยาวพอกัน แต่ตัวเล็กกว่าเอก จากการคะเนของเขาเอกน่าจะสูงพอๆกับเขาหรือสูงกว่า ก็คือไม่ต่ำ

กว่าหกฟุตแน่นอน

               นิวหันไปทักทายชิดและแนะนำให้รู้จักกัน ทั้งสามคนคุยกันบ้างแล้ว สิบห้านาทีต่อมาสี่หนุ่ม

หัวใจร็อคก็ลงไปลองซ้อมด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกหลายปีทีเดียว

                                            ****************************************

                                            (อ่านต่อครั้งหน้าครับ)